My Pregnancy Calculator
My PregnancyCalculators & Guidelines
สุขภาพ

ท้องนี้ควรน้ำหนักขึ้นเท่าไหร่? คู่มือคุมน้ำหนักตามค่า BMI เพื่อแม่และลูกสุขภาพดี

น้ำหนักขึ้นน้อยไปลูกจะตัวเล็กไหม? ขึ้นมากไปจะเสี่ยงเบาหวานหรือเปล่า? มาเช็กเกณฑ์น้ำหนักที่เหมาะสมตามค่า BMI ก่อนตั้งครรภ์ และเทคนิคการคุมน้ำหนักแบบไม่เครียดกันค่ะ

Abhilasha Mishra
24 มีนาคม 2569
8 min read
ท้องนี้ควรน้ำหนักขึ้นเท่าไหร่? คู่มือคุมน้ำหนักตามค่า BMI เพื่อแม่และลูกสุขภาพดี

ลองใช้เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

Use our อิงตามแหล่งข้อมูล calculators to get helpful insights.

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายในช่วงตั้งครรภ์เป็นเรื่องมหัศจรรย์ค่ะ แต่ในขณะเดียวกัน "ตัวเลขบนเครื่องชั่ง" ก็กลายเป็นสิ่งที่ทำให้คุณแม่หลายคนกังวลใจและเครียดได้ทุกครั้งที่ต้องไปพบคุณหมอ

"น้ำหนักขึ้นเยอะไปไหม?" "หมอจะดุหรือเปล่า?" "ทำไมกินนิดเดียวแต่น้ำหนักพุ่งจัง?"

ความจริงคือ การเพิ่มขึ้นของน้ำหนักตัวไม่ใช่แค่เรื่องความงามค่ะ แต่มันคือตัวบ่งชี้สำคัญทางการแพทย์ (YMYL) ที่บอกถึงสุขภาพของคุณแม่และพัฒนาการของลูกน้อย หากน้ำหนักขึ้นมากเกินไป คุณแม่เสี่ยงต่อภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์และครรภ์เป็นพิษ แต่หากน้ำหนักขึ้นน้อยเกินไป ลูกน้อยก็เสี่ยงต่อการเจริญเติบโตช้าและคลอดก่อนกำหนดได้ค่ะ

ในบทความนี้ เราจะมาดูเกณฑ์น้ำหนักที่ควรเพิ่มขึ้นตามหลักสากล โดยอิงจากค่า BMI ก่อนตั้งครรภ์ของคุณแม่ พร้อมวิธีจัดการน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยที่สุดค่ะ

สารบัญ

(สารบัญจะถูกสร้างขึ้นโดยอัตโนมัติที่นี่)


1. เกณฑ์น้ำหนักขึ้นตามค่า BMI (ก่อนตั้งครรภ์)

ไม่มีตัวเลข "ตายตัว" สำหรับคุณแม่ทุกคนค่ะ เพราะน้ำหนักที่ควรขึ้นจะขึ้นอยู่กับว่าคุณแม่มีรูปร่างอย่างไรก่อนที่จะเริ่มตั้งครรภ์

ตารางเกณฑ์น้ำหนักรวมตลอดการตั้งครรภ์

รูปร่างก่อนตั้งครรภ์ค่า BMIน้ำหนักที่ควรขึ้นรวม (กิโลกรัม)
ผอมน้อยกว่า 18.512.5 – 18.0 kg
ปกติ18.5 – 24.911.5 – 16.0 kg
น้ำหนักเกิน25.0 – 29.97.0 – 11.5 kg
อ้วน30.0 ขึ้นไป5.0 – 9.0 kg

หมายเหตุ: หากคุณแม่ตั้งครรภ์แฝด ตัวเลขเหล่านี้จะสูงขึ้นค่ะ ควรปรึกษาคุณหมอเป็นรายบุคคล

คำนวณค่า BMI ก่อนตั้งครรภ์ของคุณ


2. อัตราการเพิ่มของน้ำหนักในแต่ละไตรมาส

ไตรมาสแรก (1-13 สัปดาห์)

ในช่วงนี้ลูกยังตัวเล็กเท่าผลมะนาวค่ะ น้ำหนักรวมควรขึ้นเพียง 1-2 กิโลกรัม เท่านั้น หรือคุณแม่บางท่านที่มีอาการแพ้ท้องรุนแรง น้ำหนักอาจลดลงเล็กน้อย ซึ่งยังไม่ต้องกังวลใจค่ะ ลูกยังได้รับสารอาหารจากถุงไข่แดงและร่างกายคุณแม่อยู่

ไตรมาสที่สองและสาม (14-40 สัปดาห์)

ช่วงนี้คือช่วง "นาทีทอง" ของการเติบโตค่ะ

  • คุณแม่ที่มีรูปร่างปกติ น้ำหนักควรขึ้นประมาณ 0.4 - 0.5 กิโลกรัม ต่อสัปดาห์
  • คุณแม่ที่ค่อนข้างอ้วน น้ำหนักควรขึ้นประมาณ 0.2 - 0.3 กิโลกรัม ต่อสัปดาห์

3. น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น... ไปอยู่ที่ไหนบ้าง?

คุณแม่หลายคนตกใจว่า "น้ำหนักขึ้นมา 10 กิโลกรัม แต่ลูกหนักแค่ 3 กิโลกรัมเองนะ!" มาดูส่วนประกอบของน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นกันค่ะ (ตัวอย่างที่น้ำหนักขึ้น 12 กก.)

  • ตัวทารก: 3.0 - 3.5 กก.
  • รก: 0.5 - 1.0 กก.
  • น้ำคร่ำ: 1.0 กก.
  • มดลูกที่ขยายตัว: 1.0 กก.
  • เต้านมที่ใหญ่ขึ้น: 0.5 - 1.0 กก.
  • ปริมาณเลือดและน้ำในร่างกายที่เพิ่มขึ้น: 2.0 - 3.0 กก.
  • ไขมันสะสมเพื่อใช้ผลิตน้ำนม: 2.0 - 3.0 กก.

จะเห็นว่าน้ำหนักส่วนใหญ่คือน้ำและอวัยวะที่ช่วยประคับประคองชีวิตลูกค่ะ ดังนั้นอย่าเพิ่งรีบไดเอทนะคะ!


4. สัญญาณอันตรายที่คุณแม่ต้องระวัง (YMYL)

หากน้ำหนักตัวมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนได้ค่ะ:

  1. น้ำหนักพุ่งพรวด: ขึ้นมากกว่า 1 กิโลกรัมใน 1 สัปดาห์ (โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 3) พร้อมมีอาการหน้าบวม มือบวม อาจเป็นสัญญาณของ "ครรภ์เป็นพิษ"
  2. น้ำหนักไม่ขึ้นเลย: ต่อเนื่องกันหลายสัปดาห์ในไตรมาสที่ 2 และ 3 อาจหมายถึงลูกในท้องเจริญเติบโตช้า
Advertisement

5. เคล็ดลับการคุมน้ำหนักแบบฉบับแม่มือโปร

  • เน้นคุณภาพ ไม่เน้นปริมาณ: ไม่ต้องกินเผื่อสองคนค่ะ แต่ให้กิน "สารอาหาร" เป็นสองเท่า เน้นโปรตีน ผักใบเขียว และธัญพืชไม่ขัดสี
  • จดบันทึกและชั่งน้ำหนักสม่ำเสมอ: ชั่งน้ำหนักเวลาเดิมสัปดาห์ละครั้ง เพื่อดูแนวโน้ม ไม่ต้องชั่งทุกวันให้เครียดค่ะ
  • เดินวันละนิด: การเดินเล่นเบาๆ หลังมื้ออาหารช่วยคุมระดับน้ำตาลและช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้นค่ะ

เช็กว่าตอนนี้คุณแม่น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ไหม ด้วยเครื่องคำนวณน้ำหนักคนท้อง

บทสรุป

ตัวเลขบนเครื่องชั่งเป็นเพียง "ตัวช่วย" ในการติดตามสุขภาพค่ะ อย่าปล่อยให้มันมาทำลายความสุขในการตั้งครรภ์ของคุณแม่นะคะ หากคุณแม่เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์และขยับร่างกายบ้างตามความเหมาะสม ทั้งคุณแม่และลูกน้อยก็จะแข็งแรงปลอดภัยแน่นอนค่ะ

จำไว้นะคะว่า "แม่ที่กินอิ่มและอารมณ์ดี คือจุดเริ่มต้นของลูกที่ร่าเริงค่ะ"


Medical Disclaimer (ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์)

บทความนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น เกณฑ์น้ำหนักที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยเฉพาะในคุณแม่ที่มีโรคประจำตัวหรือครรภ์แฝด โปรดปฏิบัติตามคำแนะนำของสูตินรีแพทย์ที่ดูแลคุณแม่อย่างเคร่งครัดนะคะ

Advertisement

เกี่ยวกับผู้เขียน

Abhilasha Mishra นักเขียนผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสตรีและโภชนาการแม่และเด็ก เธอมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยให้คุณแม่ทุกคนก้าวผ่านช่วงเวลาการตั้งครรภ์ไปด้วยสุขภาพที่ยอดเยี่ยมและรอยยิ้มค่ะ

Related Topics

น้ำหนักคนท้อง
BMI คนท้อง
คุมน้ำหนักตอนท้อง
สุขภาพแม่และเด็ก
โภชนาการคนท้อง
YMYL

Related Articles

ภาวะเจริญพันธุ์

ไทรอยด์และภาวะเจริญพันธุ์: ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ส่งผลต่อความสามารถในการตั้งครรภ์ของคุณอย่างไร

ไทรอยด์และภาวะเจริญพันธุ์ อธิบายโดยสูตินรีแพทย์ — ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์รบกวนการตกไข่อย่างไร ระดับ TSH ควรเป็นเท่าใดเมื่อพยายามตั้งครรภ์ และการรักษาทั้งก่อนและระหว่างตั้งครรภ์มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

Read More
การตั้งครรภ์

ลูกดิ้นแค่ไหนถึงปกติ? คู่มือการนับลูกดิ้นที่แม่ท้องต้องรู้ เพื่อความปลอดภัยของลูกรัก

ลูกดิ้นครั้งแรกตอนกี่วีค? ตอดเบาๆ กับดิ้นแรงๆ ต่างกันไหม? มาเรียนรู้วิธีนับลูกดิ้นที่ถูกต้อง และสัญญาณเตือนอันตรายที่คุณแม่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด

Read More

Advertisement